A- A A+

     “ผมชื่อประแสงครับ อยู่บนภูเขาที่เชียงราย ตอนนี้ก็ไป ๆ มา ๆ เชียงราย เชียงใหม่ เนื่องจากผมเป็นชนเผ่า ซึ่งอยู่บนภูเขา     ผมเห็นตั้งแต่ตอนเด็กความสมบูรณ์เกี่ยวกับป่า และที่ดินเป็นสิ่งที่ผมจดจำ ถ้าผมมีโอกาสกลับไปสู่เวลานั้นคงดีใจมาก แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว หมดไปแล้ว ที่ได้เข้าร่วมการสัมมนาวันนี้ มีเพื่อน ๆ ชักชวน ด้วยความอยากจะรู้ก็เลยมา พอมาฟังแล้วก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องใหญ่มาก เพราะอยู่ดี ๆ ที่ดินจะกลายเป็นทะเลทราย ซึ่งมันเป็นเรื่องที่น่ากลัว เป็นเรื่องที่ต้องคิดหนัก คิดหนักเพราะว่าที่บ้านผมไม่ค่อยมีใครคิดแบบนี้  แต่เพราะผมเองได้มีโอกาสทำงานกับหลายหมู่บ้าน ผมสร้างเครือข่ายไม่น้อยกว่า 3 เครือข่ายทำงานอยู่ที่โน้น และผมทำเกี่ยวกับเรื่องของการปลูกต้นไม้ คล้าย ๆ กับท่านวิทยากรที่นำเสนอเกี่ยวกับระดับชั้นของพืชในแต่ละพื้นที่ ซึ่งถ้าเราศึกษาดี ๆ จะเห็นว่า โดยธรรมชาติแล้วนี่ พืชจะขึ้นในแต่ระดับชั้นของความสูงจากระดับน้ำทะเลจะไม่เหมือนกันเลย   ไม่เหมือนกัน ถ้าเราอยากจะให้มันเป็นธรรมชาติจริง ๆ เราต้องเรียนรู้แบบนี้

     ทำได้หลาย ๆ ปี ตอนแรกเราก็พยายามชวนกันปลูกต้นไม้ ต้นไม้อะไรก็ได้ปลูกไปเรื่อย ๆ แต่ไม่ให้ไฟเข้าแต่ตอนหลังรู้สึกว่าชาวบ้านก็ยากจน ทีนี้ชาวบ้านเขาก็หาเช้ากินค่ำ เราก็เปลี่ยนวิธีเอาเป็นว่าเพิ่มพื้นที่สีเขียวขณะเดียวกันใช้ประโยชน์ได้ด้วย ได้ประโยชน์จากมัน ก็เปลี่ยนตรงนั้นมาปลูกหวายมั่ง มาปลูกไม้ผลบ้าง แทรกเข้าไปในป่าชุมชน สิ่งเดียวที่เราพยามทำก็คือว่าไม่ให้ไฟมันเข้า เวลาทำไร่ พวกผมจะไม่ทำซ้ำในที่เดียว 3 ปี 4 ปีนะ เพราะอะไร เราจะเวียนกัน อันนี้ทำกี่ปี ไม่เกิน 2 ปีครับ ย้ายที่ ย้ายไม่เกิน 4 ที่แล้วก็กลับมาที่เดิม ถ้าเราทำมากกว่า 3 ปี รากของมันจะเน่าหมดเลย จะเน่า จะเสียหมด แล้วก็ต้นไม้จากรากที่จะงอกใหม่จะไม่มีเลย เมล็ด ใบถูกเผาทุกปี ทุกปี ยิ่งกว่านั้น เดี่ยวนี้นะ ใช้ยา หลายคนนี่ใช้ยาฆ่าย่าทำอะไรพวกนี้ เยอะ เพราะฉะนั้น ดินถึงตายเลย เรียกว่าดินตรงนี้ลองเหยียบดูนะไม่ค่อยมีอะไรเลยนะ พอฝนตกเหยียบเข้าไปมันจะจมเลย ทำให้ต้นไม้ไม่สามารถจะขึ้นได้ ก็เลยกลับตอนนี้มาคิดว่าจะฟื้นฟูมันยังไงนะครับ หลายวิธีที่เราลองนะครับ ตั้งแต่ปุ่ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพ เลี้ยงไส้เดือนแล้วนำไปปล่อย เอาปุ๋ยไส้เดือนไปเป็นปุ๋ย  เราท้าทายให้ชาวบ้านปลูกผัก เราจะรับซื้อโดยจะติดต่อกับโรงเรียน เขาส่งให้กับโรงเรียนทำอาหารกลางวันของเด็ก ให้พ่อแม่ของเด็กไปดูที่เขาปลูกด้วยว่าลูกของคุณได้รับอาหารที่ไม่เป็นพิษนะ ผักที่ไม่เป็นพิษนะ อะไรอย่างนี้ ก็ทำมา ลองดู แต่ไม่มีใครสนับสนุนเรานะ เราก็ทำด้วยลำแข้งเรา

     จนมาฟังวันนี้  รู้สึกว่าหัวใจมันอยู่ที่ตัวเราเองนะครับ ถ้าใจเราถึงนะครับ เราเข้าใจ เรามีใจให้กับมัน เราเข้าใจมัน บวกเข้าไปกับเรามีความภาคภูมิใจในที่อยู่ของเราบ้านของเรา บ้านเกิดของเรา ประเทศของเรา ใครก็ไม่อยากจะทำลาย สำนึกนี่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเท่าที่ผมดูมา ถ้าไม่มีสำนึกแล้ว เราไม่ต่างกับกระแสสังคมที่มุ่งไปในเรื่องของซื้อความสะดวกสบาย ใช้แต่เงิน แล้วก็เอาพืชเชิงเดี่ยวมา ก็ฆ่าหญ้าฆ่าแมลง ทำให้ทุกอย่างเสียหมด ก่อนเราจะแก้ไข ผมไม่รู้จะแก้ไขได้หรือไม่ แต่ก็ค่อยทำไป ตอนนี้พวกเราก็พยายามทำสองเรื่อง เรืองที่หนึ่ง เรื่องของการสร้างสำนึก  เรื่องที่สองลงมือทำจริง ส่วนที่อยากพูกตอนท้ายคือว่า ฝากของทางราชการ หรือผู้ที่มีอำนาจ อยากให้มีบทบาทอย่างชัดเจน มีนโยบายที่ชัดเจน มีกรอบที่ชัดเจน แล้วคอยให้กำลังใจ ไปกำกับ แล้วก็คอยสนับสนุนบางสิ่งบางอย่างที่จำเป็น อาจจะลงไปถึงปัจจัยค่าใช้จ่ายบางอย่างด้วย อันนี้ผมคิดว่าเราทุกคนช่วยกันหลาย ๆ ฝ่ายก็คงไม่ยากเกินไป เราคงจะมีวันที่จะฟื้นคืนมาได้ ผมเชื่ออย่างนั้น  ขอบคุณครับ”

                                                                                      ประแสง ณคีริน ปราชญ์ชาวบ้าน

                                                                                            17 มิถุนายน 2559

Black Ribbon